วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553

Chemistry

อิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte)

         
หมายถึง สารที่ี่เมื่อละลายในน้ำจะนำไฟฟ้าได้

 1. อิเล็กโทรไลต์แก่  หมายถึง สารที่ี่ละลายน้ำแล้วแตกตัวเป็นไอออนได้100%


2. อิเล็กโทรไลต์อ่อน หมายถึง สารที่ละลายน้ำแล้วแตกตัวได้บางส่วน
อิเล็กโทรไลต์แก่
(นำไฟฟ้าได้ดี)
อิเล็กโทรไลต์อ่อน
(นำไฟฟ้าได้ไม่้ดี)
เกลือที่ละลายนำ้ทั้งหมด
H2SO4
HNO3
HCI
HBr
HCIO4
NaOH
KOH
Ca(OH)2
Ba(OH)2
CH3COOH
H2CO3
HNO2
H2SO3
H2S
H2C2O4
H3BO3
HCIO
NH4OH
HF


ไอออนในสารละลายกรด
     ในสารละลายกรดทุกชนิด จะมีไอออนที่เหมือนกันอยู่ส่วนหนึ่งคือ H+ หรือ เมื่อรวมกับน้ำได้เป็น H3O+

ไอออนในสารละลายเบส
ในสารละลายเบสทุกชนิดจะมีไอออนที่ี่เหมือนกันอยู่คือ ไฮดรอกไซด์ไอออน 
ทฤษฎีกรด- เบส


ทฤษฎีกรด- เบสของอาร์เรเนียส

กรด คือ สารที่เมื่อละลายน้ำแล้วแตกตัวให้ไฮโดรเจนไอออน”

“ เบสคือ สารที่เมื่อละลายน้ำแล้วแตกตัวให้ไฮดรอกไซด์ไอออน”

ข้อจำกัดของทฤษฎีกรด - เบส อาร์เรเนียส

1.กรด- เบสนั้นจะต้องละลายน้ำได้

2.สารต้องมี H+ และOH- อยู่ในโมเลกุล

ทฤษฎีกรด- เบส ของเบรินสเตต- เลารี

  
 กรด คือ สารที่ี่สามารถให้โปรตอนกับสารอื่นๆ ได้ 
 เบส คือ สารที่ี่สามารถรับโปรตอนจากสารอื่นได้ 

ข้อจำกัดของทฤษฎีกรด - เบสของเบรินสเตต- ลาวรี

สารที่จะทำหน้าที่เป็นกรดจะต้องมีโปรตอนอยู่ในสารนั้น 

ทฤษฎีกรด- เบสของลิวอีส

กรด คือ สารที่สามารถรับอิเล็กตรอนคู่ จากเบส แล้วเกิดพันธะโคเวเลนต์
เบส คือ สารที่สามารถให้อิเล็กตรอนคู่ในการเกิดพันธะโคเวเลนต์


ทฤษฎีของลิวอิสนี้มีข้อดีคือ สามารถจำแนกกรด- เบส ที่ไม่มีทั้ง H หรือ OH- ในสารนั้น และแม้ว่าสาร
นั้นไม่ได้อยู่ในรูปสารละลาย แต่อยู่ในสถานะแก๊สก็สามารถใช้ทฤษฎีลิวอิสอธิบายความเป็นกรดเบสได้
  

เรียก NH4+ ว่าคู่กรดของ NH3 ( เบส)
H2O ว่าคู่เบสของ H3O+ ( กรด)
NH3 ว่าคู่เบสของ NH4+  (กรด)
H3O+ ว่าคู่กรดของ H2O ( กรด)
 
ความแรงของกรดและเบส


1. ดูจากการแตกตัวของกรด


กรดที่มีการแตกตัวมาก มีความเป็นกรดมาก กรดและเบสที่แตกตัวได้ 100% จะเรียกว่ากรดแก่ และเบสแก่ ตามลำดับ และสามารถดูได้จากค่าKa หรือ Kb เช่น
NH3   Kb = 1.76 x 10-5
N2H4   Kb = 9.5 x 10-7
C 6H5NH2    Kb = 4.3 x 10 -10
ความเป็นเบส NH3> N2H4 > C6H5NH2


2. ดูจากความสามารถในการให้และรับโปรตอน


กรดแก่ ได้แก่ กรดที่ให้โปรตอนได้มากและคู่เบสจะเป็นเบสอ่อน


กรดอ่อน ได้แก่ กรดที่ให้โปรตอนได้น้อยและคู่เบสจะเป็นเบสแก่  


เบสแก่ ได้แก่ เบสที่รับโปรตอนได้มากและคู่กรดจะเป็น กรดอ่อน 


เบสอ่อน ได้แก่ เบสที่รับโปรตอนได้น้อยและคู่กรดจะเป็น กรดแก่


การแตกตัวของกรดแก่และเบสแก่
    การแตกตัวของกรดแก่และเบสแก่ จะแตกตัวได้หมด 100%
 
การคำนวณเกี่ยวกับการแตกตัวของกรดแก่และเบสแก่
ตัวอย่างที่ 1 จงคำนวณหา [H3O+] , [NO3-] ในสารละลาย 0.015 M HNO3
วิธีทำ
HNO3 +H2O H3O+ + NO3-
0.015              
เพราะฉะนั้น [H3O+] = [NO3-] = 0.015 โมล/ ลิตร 


การแตกตัวของกรดอ่อน


สารละลายกรดอ่อน เช่น กรดแอซิติก เมื่อละลายน้ำ จะนำไฟฟ้าได้ไม่ดี ทั้งนี้ เพราะกรดแอซิติกแตกตัวเป็นไอออนได้เพียงบางส่วน


การแตกตัวของกรดมอนอโปรติก (monoprotic acid dissociation)

กรดมอนอโปรติก คือ กรดที่ี่แตกตัวให้ H+ ได้เพียง 1 ตัว เช่น HCOOH และ CH3COOH
CH3COOH (aq) H+ (aq) + CH3COO- (aq) 


การแตกตัวของกรดพอลิโปรติก

กรดพอลิโปรติก หมายถึง กรดที่ี่มีโปรตอนมากกว่า 1 ตัว และสามารถแตกตัวให้ H+ ได้มากกว่า 1 ตัว ถ้าแตกตัวได้ H+ 2 ตัว เรียกว่า กรดไดโปรติก เช่น H2CO3 , H2S , H2C2O4 เป็นต้น
H2S H+ + HS -
HS- H+ + S2-




ค่าคงที่สมดุลของกรดอ่อน (Ka)
     
ค่าคงที่สมดุลนี้ี้จะหาได้ดังนี้


การคำนวณเกี่ยวกับกรดอ่อน

ตัวอย่างที่ 2 จงคำนวณเปอร์เซ็นต์การแตกตัวของกรด HA 1 โมล/ ลิตร ซึ่งมี H3O+ 0.05 โมล/ ลิตร
วิธีทำ                HA (aq) + H2O (l) H3O+ + A- (aq)
เริ่มต้น                1 โมล/ ลิตร                               0             0
ภาวะสมดุล          1 - 0.05                                0.05        0.05 โมล/ ลิตร


การแตกตัวของเบสอ่อน
    
      เบสอ่อนเมื่อละลายน้ำจะแตกตัวเป็นไอออนเพียงบางส่วน เช่น แอมโมเนีย เมื่อละลายน้ำจะมีภาวะสมดุลเกิดขึ้น ดังสมการ


                                          NH3(aq) + H2O (l) NH4+ (aq) + OH- (aq)




Kb คือ ค่าคงที่สมดุลของเบส ค่า Kb นี้เป็นค่าคงที่และใช้เปรียบเทียบความแรงของเบสได้


การแตกตัวของน้ำบริสุทธิ์ิิ์
      
           น้ำเป็นอิเล็กโทรไลต์ที่ี่อ่อนมาก ตามทฤษฎีของเบรินสเตตและลาวรี น้ำทำหน้าที่ี่เป็นทั้งกรดและเบส ไอออนที่ี่เกิดขึ้นจากการแตกตัวของน้ำ และมีการถ่ายเทโปรตอนกันเองได้

สามารถเขียนสมการค่าคงที่สมดุลของ H2O ได้

Kw คือค่าคงที่การแตกตัวของน้ำ มีค่าเท่ากับ 1 x 10-14ที่ 250C เนื่องจากน้ำบริสุทธิ์แตกตัวเป็นไอออนจะให้ความเข้มข้นของ H3O+ และ OH- เท่ากัน

ค่า pH และpOH

         pH คือ ค่าที่แสดงถึงความเข้มข้นของโปรตอน ใช้บอกความเป็นกรดหรือเบสของสารละลาย
หาได้จากpH = -log[ H3 O+]




        ค่า pOH ของสารละลาย คือ ค่าที่บอกความเข้มข้นของ OHหาได้จากpOH = -log[OH- ]
                                                                   โดย pH + pOH = 14

ตัวอย่างที่ 3ให้หาค่า pH ของสารละลายที่มี H3 O+ เท่ากับ 1 x 10 -11 และ 6 x 10 -14 โมล/ลิตร
วิธีทำ                         [ H3 O+] = 1 x 10-11

            pH = -log[ H3 O+] = -log[1 x 10-11 ] = 11

                        [ H3 O+] = 6 x 10-4

            pH = -log[ H3 O+] = -log[6 x 10-4 ] = 4 - log6 = 4 - 0.78 = 3.22

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น